คุณลุงพนักงานร้านหนังสือดังเปิดใจ อยู่ขายมาตั้งแต่ยุครุ่งเรือง จนวันนี้เหลือเพียงสาขาสุดท้ายในประเทศไทย

เข้าชม : 63   |  



กลายเป็นเรื่องราวสะเทือนใจกับคนรักการอ่านไม่น้อย เมื่อเทคโนโลยีและสื่อออนไลน์เข้ามามีบทบาทกับการใช้ชีวิตของผู้คนในสังคมมากขึ้น ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์ค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา


อย่างล่าสุดทางเพจเฟซบุ๊ก มนุษย์กรุงเทพฯ ได้นำเสนอเรื่องราวของคุณลุงท่านหนึ่ง ที่เป็นพนักงานขายประจำร้านดอกหญ้า โดยอยู่มาตั้งแต่ก่อนปี 2540 จนกระทั่งได้ย้ายมาประจำร้านในสาขาท่าพระจันทร์ ซึ่งปัจจุบันถือเป็นที่สุดท้ายแล้ว ที่ยังเปิดทำการขายอยู่



ทั้งนี้คุณลุงได้บอกว่า "ปี 2554 ผมย้ายมาประจำร้านดอกหญ้าสาขาท่าพระจันทร์ ก่อนหน้านั้นเคยอยู่สาขาท่าน้ำนนท์ อยู่สาขารังสิต และอยู่ฝ่ายคลังสินค้าในยุคที่ร้านดอกหญ้ารุ่งเรือง (ช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540) สมัยนั้นดอกหญ้าไม่ใช่แค่ร้านหนังสือ เราจัดจำหน่ายด้วย แต่ละวันต้องจัดของ แพ็คส่ง สั่งพิมพ์ เป็นแบบนั้นทุกวัน ขายดีเป็นเรื่องปกติ พอมาท่าพระจันทร์ได้สักระยะ ผมคุยกับเจ้าของร้านแถวนี้ บางคนบอกเลยว่า สมัยก่อนร้านดอกหญ้าน่าอิจฉานะ คนแน่นมาก อยากซื้อหนังสือต้องเบียดเข้าไป"

ช่วงแรกที่มาท่าพระจันทร์ ร้านยังขายดีอยู่ หนังสือพระขายดีมาก แต่เวลาผ่านไปไม่นาน ผมเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง ลูกค้าค่อยๆ ลดลง ส่วนใหญ่ที่มาเป็นวัยทำงานและอาจารย์มหาวิทยาลัย คนส่วนใหญ่คงใช้อินเทอร์เน็ตมากขึ้น ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น (หัวเราะ) แถวนี้หนังสือพิมพ์ขายดี นิตยสารขายได้ คู่สร้างคู่สม สกุลไทย ขายหมดตลอด แต่ปรากฏว่านิตยสารทยอยปิดตัว เพราะโฆษณาลดลง คนไปจ่ายเงินให้สื่ออื่น ช่วงนั้นหนังสือเล่มขายได้น้อยอย่างชัดเจน คนมาถามหาหนังสือก็น้อย เขาคงไปหาจากร้านออนไลน์กัน



พอยอดขายลดลง ร้านต้องหาสินค้าอื่นมาขาย ปากกา ดินสอ แว่นตา เสื้อ น้ำดื่ม ฯลฯ พร้อมกับหาหนังสือลดราคามาวางขาย ปรากฏว่าขายดีด้วย คนเดินเข้ามาดู เห็นหนังสือราคาไม่แพง ก็หยิบไปลองอ่าน ของเหล่านั้นมาประคับประคองร้านไว้ ผมมองว่าร้านหนังสือที่ต้องปิดตัว เหตุผลสำคัญคือค่าเช่าที่แพง แต่ร้านดอกหญ้าสาขาท่าพระจันทร์เช่าจากสํานักงานทรัพย์สินฯ (สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) ค่าเช่าไม่ได้แพงมาก ถ้าเนื้อที่ขนาดนี้ไปอยู่ในห้าง ร้านคงขาดทุนไปแล้ว

เมื่อก่อนผมอ่านหนังสือเยอะมาก วรรณกรรมไทย เช่น น้าชาติ (ชาติ กอบจิตติ) น้าวินทร์ (วินทร์ เลียววาริณ) นิยายจีนกำลังภายใน วรรณกรรมแปล เช่น หนังสือของแดน บราวน์ แต่พอมีอินเทอร์เน็ต ช่วงหลังผมอ่านน้อยลงเยอะ เลยไม่แปลกใจว่าทำไมลูกค้าหาย (หัวเราะ) เมื่อก่อนอ่านหนังสือทุกวัน อ่านน้อยอ่านมากก็อ่านตลอด แต่ปัจจุบันอ่านในนี้ (ชี้ไปที่แท็บเล็ตของตัวเอง) นิตยสารที่ปิดตัวไม่ได้หายไปไหน พวกเขาย้ายมาในนี้ แม้แต่นิตยสารพระก็มีในนี้นะ

ร้านดอกหญ้าสาขาท่าพระจันทร์เป็นที่แรก และเป็นที่สุดท้ายในปัจจุบัน ถ้าเห็นร้านดอกหญ้าที่อื่นคือร้านแฟรนไชส์ ผมมองว่าหนังสือคงไม่ตายไป แต่ยากที่จะรุ่งเรืองแบบเดิม ไม่ได้เสียดายหรือเสียใจอะไร รู้ว่าวันหนึ่งต้องเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่หนังสือหรอก เทคโนโลยีทำให้ทุกเรื่องเปลี่ยนแปลง ถ้ากับร้านนี้ เจ้าของเคยพูดว่าอยากทำร้านให้ดีขึ้น แต่ไม่รู้ว่าสำนักงานทรัพย์สินฯ จะปรับปรุงตึกตอนไหน ถ้าปรับปรุงแล้ว เจ้าของเดิมจะได้สิทธิ์เช่าต่อ วันนั้นเจ้าของคงทำร้านให้ดีขึ้น

ผมเกิดและเติบโตที่ร้อยเอ็ด ตั้งแต่ประถม มัธยมต้น และมัธยมปลาย ชีวิตอยู่กับท้องไร่ท้องนา พี่สาวและพี่เขยเคยชวนกลับไปอยู่บ้าน เขาอยากให้ไปช่วยเลี้ยงไก่ ตอนนั้นผมตอบไปว่า 'ผมผูกพันกับร้านนี้ อยากช่วยเจ้าของร้านให้ถึงที่สุดก่อน' ถ้าในอนาคตมีการปรับปรุงตึก ผมคงกลับไปทำเกษตรที่บ้าน เราคลุกคลีเรื่องนี้มา พอคนอายุเยอะแล้ว สุดท้ายก็อยากกลับไปอยู่บ้านกันนะ

อย่างไรก็ตามนับว่าสร้างความใจหาย ให้กับนักรักการอ่านไม่น้อย ซึ่งหลายๆ คนก็หวังว่า จะยังเหลือร้านหนังสือเก่าแก่ไว้คู่สังคมไทย เพื่อเป็นตำนานอันทรงคุณค่าต่อไป





ขอบคุณข้อมูลจาก : เฟซบุ๊ก มนุษย์กรุงเทพฯ

#ตำนาน #สื่อสิ่งพิมพ์ #ร้านหนังสือ


ข่าวล่าสุดหมวด ข่าวอื่นๆ















ข่าวดัง














แจ้งลบเนื้อหา / แนะนำติชม: Soodsoi@outlook.com | ติดต่อลงโฆษณา: Soodsoi@outlook.com | © 2020 All right reserved. |